ความรู้ทั่วไปกับกีฬาคริกเก็ต


กีฬาคริกเก็ตมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ มีประวัติที่ยาวนานหากเปรียบเทียบกับกีฬาฟุตบอล กีฬาคริกเก็ตมีต้นกำเนิดเกิดก่อนกีฬาฟุตบอลที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน และจากการค้นหาข้อมูลยังพบอีกว่าการเล่นกีฬาคริกเก็ตได้ถูกจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่ 300 ปี ที่ผ่านมา ในศตวรรษ ที่ 16 คริกเก็ตแพร่หลายจากประเทศอังกฤษไปยังประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรปและทวีปอื่นๆ และเมื่ออังกฤษไปครอบครองอาณานิคมในทวีปต่างๆ คนอังกฤษก็นำเอากีฬาคริกเก็ตไปเล่น มีการนำมาเล่นในอินเดียและเอเชียจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและนิยมกัน แม้ต่อมาประเทศต่างๆ จะได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว แต่ก็ยังนิยมเล่นคริกเก็ต ในปัจจุบันมีประเทศต่างๆ มากกว่าร้อยประเทศเล่นกันโดยเฉพาะประเทศในเครือจักรภพ เช่น ออสเตรเลีย ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินเดีย
ประวัติกีฬาคริกเก็ตในประเทศไทย
ประวัติโดยย่อ
ในประเทศที่มี กีฬาฟุตบอล มวยไทย เทนนิส กอล์ฟ ฯลฯ ที่เป็นที่ได้รับความนิยมและรู้จักกันอย่างชัดเจน แต่ถ้าหากจะมากล่าวถึง “กีฬาคริกเก็ต” คงไม่มีใครรู้จัก หรือเคยได้ยินมาก่อนเลย แต่มันคงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะว่ากีฬาคริกเก็ตนั้นได้ถูกนำเข้ามาเล่นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และในเวลาต่อมาสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำกีฬาคริกเก็ตมาเล่นในพระราชวัง โดยเฉพาะที่ห้องเก็บของพระราชวังค่ายมฤคทายวัน มีชุดอุปกรณ์การเล่นกีฬาคริกเก็ตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 6 ) และได้มีการจัดนิทรรศการแสดงอยู่ ก็ถือว่าเป็นจุดกำเนิดการเล่นกีฬาคริกเก็ตในประเทศไทย
ต่อมาในปี ค.ศ. 1971 ก็เริ่มมีการแข่งขันคริกเก็ตขึ้นมาในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ถูกจัดให้มีการแข่งขันกีฬาโดยตั้งชื่อรายการแข่งขันที่ว่า “คริกเก็ตลีกแห่งประเทศไทย” ลีกการแข่งขันได้ถูกขยายจากแรกเริ่มมีเพียง 6 ทีมเฉพาะในกรุงเทพฯจนได้จัดตั้งเป็นชมรม “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1972 เรื่อยมา “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” ได้เพิ่มจำนวนทีมมาเป็น 19 ทีมโดยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม รวมถึงทีมจากจังหวัดเชียงใหม่ ในปี ค.ศ. 1989 จากนั้นไม่เพียงเฉพาะแค่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ แล้วกีฬาคริกเก็ตก็ได้ถูกนำไปเผยแพร่ที่ จ.ขอนแก่น ,อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภูเก็ต จนมาถึงปี ค.ศ. 2004ด้วยกิจกรรมของชมรม “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” ได้มีกิจกรรมเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติมากขึ้น ทางชมรมก็ขอจดทะเบียนเป็นสมาคมอย่างเป็นทางการกับทางกระทรวงวัฒนธรรมใน นาม “สมาคมคริกเก็ต”ความเห็นชอบของการกีฬาแห่งประเทศไทย จากไทยแลนด์คริกเก็ตลีก 1972 ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น “สมาคมคริกเก็ต” ของหน่วยงานศูนย์วัฒนธรรม ในช่วงระยะเวลา20 ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาที่สำคัญอยู่ 2 อย่างด้วยกันซึ่งเป็นการสร้างประวัติของกีฬาคริกเก็ตในประเทศไทย อย่างแรกคือมีการเปลี่ยนแปลงการเล่นประเภททีม 6 คน (ค.ศ. 1984/1985) โดยมีการเพิ่มการเล่นในวงกว้างขึ้นเป็นที่นิยมมากขึ้น เริ่มจากราชกรีฑาสโมสร โดยจะมีทีมจากกรุงเทพ เชียงใหม่ หัวหิน และทีมจากภูเก็ต ซึ่งจะมีการจัดการแข่งขันขึ้นปีละ 1 ครั้งอีกหนึ่งเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการก่อตั้งทีมคริกเก็ตทีมชาติไทยทีมแรกในปี ค.ศ.1990 และได้เข้าร่วมการสถาปนาแข่งขันชิงถ้วยรางวัลสมาพันธ์คริกเก็ตแห่งเอเชีย โดยมีเมืองกัวลาลัมเปอร์เป็นเจ้าภาพ และในปีต่อมาก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปีชิงถ้วยรางวัลคริกเก็ตเยาวชนเอเชียครั้งแรกที่ประเทศฮ่องกงทัศนวิสัยที่กว้างขึ้นของเกมส์ที่อยู่เหนือพรมแดนประเทศไทยนั้นก็เป็นที่ยอมรับช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเพิ่มระดับของการแข่งขันขึ้นใน10 ปีที่ผ่านมานั้นสมาคมคริกเก็ตได้เห็นถึงความสำคัญของเกมส์การแข่งขันอย่างมาก ซึ่งในกรุงเทพฯ นั้น มีทีมเยาวชนทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่มีเกมส์การแข่งขันกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้กลุ่มพันธมิตรคริกเก็ตเชียงใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในปี ค.ศ. 1990 โดยการจัดตั้งโครงการ สวัสดีคริกเก็ต โครงการนั้นได้สร้างกลุ่มผู้เล่นเยาวชนได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ จ.ของแก่น จ.ชลบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.ภูเก็ต และเขาใหญ่ ได้มีโครงการฝึกสอนและจัดการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ จากจุดนี้คริกเก็ตในประเทศไทยไม่ได้สนับสนุนเฉพาะทีมผู้เล่นระดับผู้ใหญ่ รวมถึงการตั้งทีมชาติระดับเยาวชนรุ่นไม่เกิน19 ปี 17 ปี และ 15 ปีเพื่อการแข่งขันประจำปีที่สนับสนุนโดยสหพันธ์คริกเก็ตเอเชีย หรือAsian Cricket Council (ACC)
ส่วนคริกเก็ตประเภททีมหญิง ทีมชาติไทยนั้นได้เข้าร่วมรายการแรก คือ การแข่งขันชิงถ้วยสหพันธ์ คริกเก็ตเอเชีย ณ เมืองยะโฮบารู ประเทศมาเลเซียในปี ค.ศ. 2007 นอกจากนั้นยังมีการจัดการแข่งขันในช่วงระดับมัธยมต้น การจัดการแข่งขันคริกเก็ตลีกประเภททีมหญิง ซึ่งจะทำให้การเล่นคริกเก็ตสำหรับทีมหญิงในประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
เกี่ยวกับคริกเก็ตในประเทศไทย
สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยมีเป้าหมายอย่างต่อเนื่องที่จะนำคริกเก็ตไปสู่ยุคใหม่และกลุ่มท้องถิ่น นอกจากพัฒนา คริกเก็ตและปรับปรุงมาตรฐานของคริกเก็ตให้อยู่ในการเล่นคริกเก็ตระดับนานาชาติ สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยได้เป็นสมาชิกของสภาคริกเก็ตเอเชีย (Asian Cricket Council) และในปี ค.ศ. 2005 ได้เข้าร่วมกลุ่มสมาชิกสภาคริกเก็ตนานาชาติ (International Cricket Council) และในปีเดียวกันนั้นเองสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยก็ได้สถานภาพในระดับสมาคมหลังจากที่ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดภายใต้การดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยประกอบด้วยขอบข่ายบุคลากร จากผู้ดำเนินการ ครูฝึก และกรรมการตัดสินโดยแบ่งสรรหน้าที่กันในแต่ละส่วนในการแข่งขันระดับประเทศและผู้เล่นดำเนินไปตามกฎข้อปฏิบัติของการกีฬาแห่งประเทศไทยในขณะเดียวกันสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยได้ร่วมมือกับสภาคริกเก็ตเอเชียและสภาคริกเก็ตนานาชาติในการสัมนาแนวทางการปฏิบัติและการแข่งขันนานาชาติ สมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยได้ต่อสู้เพื่อที่จะแผ่ขยายความรู้ในกีฬาคริกเก็ตและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะในกลุ่มการเล่นคริกเก็ตนานาชาติ